**

พุทธทํานาย

ขอเตือนว่าข้อความที่ท่านจะได้ อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงอิงนิทานที่เขียนโดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี หากท่านบังเอิญได้มาอ่านข้อความนี้แล้วไม่เห็นด้วย ก็ขอให้ท่านทำใจเป็นกลาง ๆ อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าเพิ่งไม่เชื่อ เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง เพราะทุกวันนี้ในนรก ได้ข่าวว่าไม่มีที่จะให้อยู่แล้ว แน่นเอียด เพราะมนุษย์ทำแต่บาป หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตกนรกโดยไม่รู้ตัวก็คือการด่าว่าหรือดูถูกปรามาสพระ อริยเจ้านั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงขอเตือนท่านไว้ล่วงหน้าว่า อย่าได้ปรามาสดูถูกหลวงพ่อฤาษีลิงดำโดยเด็ดขาด!

เริ่มเรื่อง
เนื่องจากหลวงพ่อฯ ได้นิมิตเห็นพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ จึงได้ฟังพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าโดยตรง
มีคนเล่าว่าในอดีตชาติหลวงพ่อท่านเคยเกิดเป็นลูกของพระพุทธเจ้าองค์ ปัจจุบันมาหลายชาติ ดังนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงทรงเมตตาหลวงพ่อฯมากเป็นพิเศษถึงขั้นมาสนทนาด้วย ได้ แม้แต่ในประวัติของหลวงปู่มั่นก็ยังมีตอนหนึ่งกล่าวว่าพระพุทธเจ้าหลาย พระองค์ได้เสด็จมาอนุโมทนาที่หลวงปู่มั่นท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านจะสามารถติดต่อกับพระ พุทธเจ้าได้
จากข้อความบางตอน ....
" พุทธพยากรณ์ วันที่ 20 สิงหาคม 2531
พระที่จบ ป.4 มี 4 องค์
พระที่จบ ป.3 กำลังเรียน ป.4 มี 17 องค์
พระจบ ป.3 ยังไม่เข้าเรียน ป.4 มี 13 องค์
ป.2 ที่เป็นพระจบ 1 องค์ ที่เป็นฆราวาสจบ 32 คน
ป.1 พระ 13 องค์ ฆราวาส 137 คน
"อีก 10 ปี พระจบ ป.4 อีก 7 องค์ นอกนั้นจบเมื่อใกล้ตาย ฆราวาสจะจบ ป.4
เมื่อใกล้ตายจากนี้ไปอีก 50 ปี อีกนับแสนคน..."
(ป.1=พระโสดาบัน, ป.2=พระสกิทาคามี, ป.3=พระอนาคามี, ป.4=พระอรหันต์)
หมายความว่า ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2531 ในประเทศไทยมีพระอรหันต์ 4 องค์
พระอนาคามี 17+13 = 30 องค์
พระสกิทาคามี 1 องค์ (ที่กำลังบวชเป็นพระอยู่ ณ เวลานั้น) + 32 องค์ (ที่ยังเป็นฆารวาสอยู่) = 33 องค์
พระโสดาบัน 13 องค์ (ที่กำลังบวชเป็นพระอยู่ ณ เวลานั้น) + 137 องค์ (ที่ยังเป็นฆารวาสอยู่) = 150 องค์
รวม ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2531 ในประเทศไทยมีพระอริยเจ้าทั้งสิ้น 4+30+33+150 = 217 องค์
เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศไทยในเวลานั้นซึ่งมี 50 กว่าล้านคน จะเห็นได้ว่าในประเทศไทยมีพระอริยเจ้าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ๆ เพราะกว่าจะเป็นพระอริยเจ้าได้นั้น ต้องสั่งสมบารมีมานับชาติไม่ถ้วน ซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ ก็เป็นได้เช่นกัน ถ้าหมั่นสร้างความดี ให้ทาน รักษาศีล และปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ แต่โดยมากแล้วคนเราบุญบารมียังไม่ถึง แม้แต่เพียงจะมีศรัทธามานับถือศาสนาพุทธก็นับว่ายากแล้ว แต่บุคคลที่มีศรัทธาอยู่แล้ว ถ้าฝึกปฏิบัติสมาธิก็จะพบกับความจริงเข้าสักวัน หมดความสงสัยในบุญบาป นรกสวรรค์ ไม่ต้องไปคอยถามใครอีกต่อไป เพราะรู้ประจักษ์เห็นแจ้งด้วยใจของตัวเองอยู่แล้ว

พุทธพยากรณ์ที่ตึกกองทุน
"สมเด็จองค์ปัจจุบันท่านพูดว่า
ดีแล้ว...เรื่องเบื้องต้นไม่ต้องห่วง....เรื่องฌานโลกีย์พวกแกนะไม่มีหรอก
ไม่ต้องห่วงสั้น ตียาวเลย พวกแกไม่มีใครเหลือหรอก" ถามว่าเมื่อก่อนนี้ละ
ท่านบอกว่า
"เมื่อก่อนนี้ยังไม่ถึงเวลา ท่านสอนยากมาเรื่อย เพราะยังไม่ถึงเวลา
ถามว่าถ้าเขามาใหม่ล่ะ ตอบว่ามาใหม่ก็เหมือนกันมันเต็ม
การฟักตัวแม้จะอยู่ที่อื่นก็ตาม มันก็เต็ม เวลานี้
เทปและหนังสือสั่งมาซื้อกันตั้งเยอะ เทปนี่มีประโยชน์มาก"
สมเด็จท่านทรงตรัสต่อไปว่า "อีก 20 ปีข้างหน้า จะมีพระอรหันต์นับแสน"
ไม่ใช่เราผู้เดียวเป็นผู้สอน คือว่าทั่วๆไป กลุ่มเรานี่จะมาก คำว่า
"กลุ่มเรา" นี่อาจไม่มีตัวมาอยู่นะ เขาอาจมีหนังสือมีเทป"
แล้วท่านตรัสต่อไปว่า
"ที่ฉันให้บันทึกเสียงใหม่ ทำเป็นตำราใหม่ เพราะว่าถึงเวลา
เวลานี้คนที่จะถึงเวลาเข้าถึงมุมง่ายแล้ว นี่เป็นเวลานะ คำว่า "เวลา" หมายถึง
กำลังใจมันตีขึ้นมา มีแรงขึ้นๆ"
ก็เลยถามท่านว่า ตอนก่อนทำไมไม่ให้สอนแบบนี้ ท่านบอกว่าสอนไม่ได้หรอกคุณ...!
คนมันหาว่าง่ายเกินไป เลยไม่เอาเลย ต้องยากๆ.."

พุทธพยากรณ์ วันที่ 26 ตุลาคม 2535 (บ้านสายลม กรุงเทพฯ)
...สัญญาต่ออายุหมดไปเมื่อวันที่ 18 แล้วก็ต่อมาวันที่ 26
เสมหะก้อนใหญ่มันออกทุกอย่างหายหมด แล้วท่านก็บอกว่า
"นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปให้สอนเฉพาะสังโยชน์"
ท่านบอกต่อไปว่า "ขอให้อยู่ต่อไปสักหน่อยหนึ่ง ถามท่านว่า
ถ้าอยู่แล้วจะมีประโยชน์อะไร ท่านบอกว่า "นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
(ท่านไม่ได้บอกกำหนด) จะมีคนบรรลุอรหันต์ถึง 700,000 คนเศษ"


แผ่นทองคำจารึกนี้ หลวงพ่อบรรจุไว้ในโบสถ์ วัดท่าซุง เมื่องานฝังลูกนิมิต วันที่ 24 เมษายน พุทธศักราช 2520
เรามหาวีระ มีพระราชานามว่า "ภูมิพล" เป็นผู้อุปถัมถ์
ร่วมด้วยพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ สร้างวัดนี้เป็นพุทธบูชา เมื่อศักราชล่วงไปได้
2700 ปีปลาย จะมีพระเจ้าธรรมิกราช นามว่า "ศิริธรรมราชา"
สืบเชื้อสายเชียงแสนบวกสุโขทัย ร่วมกับพระอรหันต์
จะมาบูรณะวัดนี้สืบพระศาสนาต่อไป คณะเราขอโมทนาด้วย แต่อยู่ช่วยไม่ได้
เพราะไปนิพพานหมดแล้ว
พุทธพยากรณ์ ณ พระอุโบสถ วัดท่าซุง
"นับจากนี้ไปอีก 180 ปี จะมีพระอรหันต์องค์หนึ่ง มีอายุ 27 ปี
รูปร่างสูงขาวท้วม พร้อมกับพระเจ้าธรรมิกราช
ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้อีกครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้ไป 10 ปีแรก
จะมีพระอรหันต์ 3 องค์ และอีก 7 ปีหลัง จะมีพระอรหันต์ 5 องค์...."
พุทธพยากรณ์
"สถานที่นี้จะเป็นศูนย์ที่มีความสำคัญต่อไปในเบื้องหน้า
วัดนี้ถ้ามันจะพังจริงๆ ก็ต้องพุทธศักราชสิ้นไป 4,500 ปีเศษ คือ 4,500 ปีเศษ
วัดนี้จึงจะสลายตัว"
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังจากฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520 แล้ว ท่านบอกว่า
"จากนี้ไป 3 ปี วัดนี้จะมีพระอริยะเจ้าประจำตลอดไป
จนถึงพระพุทธศาสนาล่วงไปถึง 4,500 ปี หลังจากนั้นจึงขาดพระอริยเจ้า..."
ใครจะเป็นผู้มาบูรณะ...?
เรื่องพระพุทธพยากรณ์นั้น ภายหลังมีผู้โจษขานกันมาก
บางคนถึงกับล้อเล่นในหมู่ลูกศิษย์ โดยเฉพาะพวกที่ชอบปรารถนาพุทธภูมิ
บอกว่าให้ลงมาเกิดในสมัยนั้น คืออีก 180 ปีข้างหน้า ตามพุทธพยากรณ์
ต่อมาหลวงพ่อบอกว่า ท่านที่จะต้องมารับช่วงต่อไปนั้น จะต้องมาจาก "พุทธภูมิ"
เดิมเหมือนกัน แล้วขอลาพุทธภูมิในภายหลัง เพราะผู้ที่เป็นพระโพธิสัตว์มาก่อน
ย่อมมีความเข้มแข็งเป็นพิเศษ สามารถที่จะอดทนต่อสู้อุปสรรค
เพื่อดำรงไว้ซึ่งอายุพระศาสนาให้สืบต่อไปได้อีก
อีกหลายปีต่อมา เมื่อหลวงพ่อพร้อมด้วยคณะของท่าน ได้มีโอกาสเดินทางไปยุโรป
จำนวน 7 ประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศษ อิตาลี เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น
(เรื่องนี้ผู้เขียนได้รับคำบอกเล่าจากพระที่ร่วมเดินทางไปด้วยว่า)
ครั้งนั้นหลวงพ่อได้สงเคราะห์ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ซึ่งในอดีตเป็นนักรบผู้แกล้วกล้า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เอง
จึงเรียกกันว่า "5 ทหารเสือ"
ท่านเหล่านั้นพลาดไปอยู่ในนรก หลวงพ่อจึงจำเป็นต้องช่วยอย่างเต็มที่
โดยพระพุทธองค์ทรงเสด็จมาเป็นประธาน แล้วให้หลวงพ่อเข่าสมบัติเต็มกำลัง
พร้อมกับคณะเดินทางทุกท่าน ช่วยกันอุทิศแผ่ส่วนกุศลทั้งหมด
ให้พ้นจากขุมนรกอันร้อนแรงนั้น
ท่านกล่าวว่า โอกาสที่จะช่วยนั้นมิใช่จะช่วยนั้นมิใช่จะมีได้ง่ายๆ
ทั้งนี้ต้องเคยเกี่ยวเนื่องถึงกัน และเขาก็ได้เคยสร้างสมบุญกุศลไว้แล้ว
เมื่อวาระมาถึงจึงจะช่วยได้
เมื่อกลับมาถึงวัดแล้ว หลวงพ่อจึงได้เป็นเจ้าภาพบวชพระให้ 1 องค์ บวชเณรให้ 2
องค์ โดยลูกชาย 2 คนของ พ.อ.(พิเศษ) สถาพร พงษ์พิทักษ์ เป็นผู้อาสาบวรเณร
ส่วนพระฉัตรชัยเป็นผู้อาสาบวชพระ
หลังจากได้รับอนุโมทนาส่วนกุศลทั้งหมดนี้แล้ว
ผู่ล่วงลับเหล่านั้นได้เป็นเทวดาอยู่ชั้นจาตุมหาราช
เวลานี้ได้มาอารักขาเขตวัดแห่งนี้ด้วย
ผู้ที่จะมาบูรณะวัดในกาลข้างหน้า
ท่านบอกว่าในจำนวน 5 ทหารเสือนี้แหละ ในจำนวน 2 คนนี้ ซึ่งมีเชื้อสายมาจาก
"พุทธภูมิ" ในอดีตทั้งสองคนนี้เคยอยู่ที่ อิตาลี และ เยอรมัน
คนหนึ่งจะมาเกิดเป็นพระอรหันต์องค์นั้น
ส่วนอีกคนหนึ่งจะมาเกิดเป็นพระเจ้าธรรมิกราช ตามพระพุทธพยากรณ์นั้น
และสถานที่แห่งนี้ หลวงพ่อได้เคยเล่าให้พระฟัง หลังจากทำสังฆกรรมในพระอุโบสถ
เมื่อประมาณ 2-3ปีก่อนว่า
สถานที่บริเวณวัดท่าซุงแห่งนี้ ต้งแต่อดีตกาลนานมาแล้ว
ได้มีผู้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว 72 องค์
โดนท่านทั้งหมดได้มาปรากฏแล้วบอกให้หลวงพ่อทราบ

มีบางท่านบอกผมว่าบุคคลที่มาจากเยอรมัน 1 ในนั้น ก็คือ ฮิตเลอร์นั่นเอง

ก็หมดแล้วครับข้อมูลที่อยู่ในมือ ไม่แน่ใจว่าจะมีใครที่ไหนสงสัยอะไรกันอีก เพราะว่าคนนี้ มันสงสัยกันไม่หยุด เพราะถ้าหยุดความเป็นคนเสีย คงหมดสงสัย...

ผมไม่อยากจะบอกว่า มีลูกศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำหลายท่านเล่าให้ฟังตรงกันว่า ในอดีตชาติหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเคยเกิดเป็นพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ แม้แต่ในยุคกรุงรัตนโกสินธ์ท่านก็เคยเกิดเป็นกษัตริย์ หนึ่งในนั้นก็คือ ร._ _ _
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ เพราะบอกไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นป่วยการที่จะบอก เก็บความลับไว้เป็นความลับต่อไป แต่พระพุึทธเจ้าได้ตรัสไว้แล้วว่า อันว่าความลับไม่มีในโลก เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องทราบความจริงเข้าสักวัน ไม่ในวันนี้ วันหน้า ชาตินี้ ชาติหน้า หรือในอนาคตกาลเป็นแน่


ที่มา : พระรัตนตรัย.com

 
 

 


 ธรรมะมีหมอดู
 

 
ชมรมบ้านโหรเทวเทพ    


    

หมอดูแม่นๆ